ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ” รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กอดคอทุกภาคส่วนประกาศเดินหน้าเมกะโปรเจ็กต์ “60ปีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย” ปี’63 พร้อมเคลื่อนทัพใหญ่ 3 แนวทาง “กระตุ้นในองค์กร-ปลุกกระแสคนไทยเจ้าบ้านที่ดีมีรายได้ยั่งยืน-ผนึกพันธมิตรไทยและทั่วโลก” ส่วนครึ่งปีหลังลุยทำตลาดเร่งด่วน รอรัฐบาลคลอดนโยบายสุดพิเศษอัดแคมเปญกระตุ้นเที่ยวในประเทศเริ่ม ตุลาคม 2562 ทางด้านผู้ว่าการ ททท.เดินสายคุยขาใหญ่ในวงการ Charter Flight สร้างต้นแบบตลาดแรกรัสเซียแห่เที่ยวไทย ก่อนขยายผลสู่ยุโรปตะวันออก จีน อินเดีย และฝ่ายสื่อสารการตลาดลั่นพลิกกลยุทธ์โฆษณาใช้ “เทคนิคคอลแคมเปญผนวกเลือกผลิตสื่อเจาะตรง” เลิกหว่านงบทำโกลบอลแคมเปญ ย้ำ ABC ยังเป็นสูตรสร้างจุดขายโปรดักซ์ท่องเที่ยวที่ได้ผลชะงัดทั้งในและต่างประเทศ


ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ
รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เตรียมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตั้งต้นปีงบประมาณ 2563 จะเริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป โดยมีโปรเจ็กต์ใหญ่ “60 ปีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย” เนื่องจาก ททท.เกิดขึ้นเพราะเห็นโอกาสสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมาตั้งแต่ปี 2503 เติบโตต่อเนื่องขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้สร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดังนั้น ททท.จะเป็นแม่งานดำเนินการตลอดปีหน้า

ปี 2563 จะจัดฉลอง 60 ปีททท.อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย “มีความหมายสำคัญอย่างมาก ที่จะสื่อสารไปถึงทุกฝ่ายโดยได้วางแนวทางการขับเคลื่อนไว้ 3 แนวทาง ประกอบด้วย

1.ภายในองค์กร การสื่อสารกันระหว่างพนักงาน ผู้บริหาร ต้องรู้จักบทบาท ภูมิใจในองค์กรของตนเอง สร้าง TAT SPIRIT คิดงาน สร้างสรรค์อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเติบโตต่อไป

2.สื่อสารกับพันธมิตรทั้งภาคเอกชน และภาครัฐที่มีบทบาทเกี่ยวข้อง ต้องยอมรับความจริงถึงแม้ ททท.จะเป็นแกนหลักขับเคลื่อนการท่องเที่ยว แต่ภาครัฐกับเอกชนที่เกี่ยวข้องก็มีส่วนสำคัญอย่างมาก พันธมิตรเหล่านี้มีทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก เช่น สายการบินนานาชาติที่นำนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าไทย นอกเหนือจากสายการบินแห่งชาติการบินไทยแล้ว ยังมีบางกอกแอร์เวย์ส สายการบินเกินกว่า 100 แอร์ไลน์ส บริษัทตัวแทนนำเที่ยว สื่อมวลชน และอื่น ๆ อีกหลากหลายพันธมิตร จึงจะจัดกิจกรรมเชิญชวนให้ทุกฝ่ายหันมาสร้างโมเมนท์เกาะติดโลกเพื่อส่งสัญญาณสื่อสารถึง ก้าวต่อไปในปีที่ 61 ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

3.ประชาชนคนไทยให้หันมาช่วยกันดูแลบ้าน แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน และทำให้การท่องเที่ยวของเมืองไทยเข้าสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทุกคนได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวโดยเชิญชวนประชาชนไทยทุกคนเสนอตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกเป็นอย่างดีมีความสุข

ทั้ง 3 แนวทางเป็นภารกิจที่จะเป็นภารกิจสำคัญอย่างยิ่งของ ททท.คนไทยและพันธมิตร ที่จะร่วมกันทำ

วัดดาราภิมุช แม่ริม เชียงใหม่

ส่วนการขยายผลต่อยอดโครงการ “เจ้าบ้านที่ดี” ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา ได้ทำต่อเนื่องทุ่มเทสร้างจุดขายคู่ขนานกับ “การท่องเที่ยวเมืองรอง” 55 จังหวัด จะใช้โอกาสปี 2563 ขยายให้ครอบคลุมทุกจังหวัด เพราะสถิติ 2 ปีที่ผ่านมา เมื่อโปรโมตเมืองรองก็ทำให้อัตราการเติบโตของรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวเมืองรองหลายพื้นที่มีมูลค่าสูงขึ้น ดังนั้นการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ดูแลความปลอดภัยที่เกิดขึ้นก็อาจจะไม่สามารถนำพาการท่องเที่ยวของประเทศไปสู่โหมดความยั่งยืนได้

เพราะฉะนั้นแคมเปญ “60 ปีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย” จะเป็นจุดเปลี่ยนสปริงบอร์ดสำคัญขับเน้นการท่องเที่ยวลดการเหลื่อมล้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายธเนศวร์กล่าวว่าขณะนี้องคาพายพการขับเคลื่อนโปรเจ็กต์ทั้ง 3 แนวทาง จะใช้จังหวะช่วงครึ่งปีหลัง 2562 จะยังคงมุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจภาพใหญ่ด้วยการท่องเที่ยว ซึ่งจะมีไฮไลต์ด้านมาตรการภาษี ซึ่งทางกระทรวงการคลังสนับสนุนอย่างเต็มที่ ส่วน ททท.จะนำเครื่องมือปล่อยออกมาช่วยใช้ขับเคลื่อนการเดินทาง การใช้จ่ายเงิน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ต้องรอผลสรุปอย่างชัดเจนของรัฐบาลภายในตุลาคมนี้

การเตรียมโครงการเพื่อรองรับนโยบายของฝ่ายสื่อสารการตลาดในประเทศจะต้องกระตุ้นคนไทยออกมาใช้จ่ายเงินท่องเที่ยวให้ได้มากที่สุด เช่นเดียวกับตลาดต่างประเทศจะกระตุ้นยอดขายต่อเนื่อง ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ททท.ทุกสำนักงานได้มานั่งระดมสมองกันอีกครั้ง โดยเฉพาะตลาดเป้าหมายอย่างจีน อินเดีย เพื่อทำเป็น Practical Campiagn เจาะกำลังซื้อแต่ละกลุ่มอย่างเข้มข้น ล่าสุด ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท.เพิ่งกลับจากรัสเซียโดยไปปฏิบัติภารกิจหารือกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวเอกชนผู้เชี่ยวชาญการทำเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ซึ่งขณะนี้มีสายการบินพร้อมจะทำเช่าเหมาลำ (Charter Flight)จากเมืองต่าง ๆ ในรัสเซียเร่งทำแคมเปญกระตุ้นคนเข้ามาเที่ยวเมืองไทยเพิ่มมากขึ้น

และเพื่อให้แน่ใจว่าพื้นที่ตลาดเป้าหมายทั้ง รัสเซีย ยุโรปตะวันออก เยอรมัน (บางพื้นที่) จีน อินเดีย ไม่ได้พึ่งพิงเฉพาะเที่ยวบินตามตารางบินปกติ แต่ยังได้เพิ่มเที่ยวบินเช่าเหมาลำก็จะเป็นช่องทางสำคัญกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวแต่ละตลาดเพิ่มได้ ถึงแม้ภาพรวมขณะนี้จะมีผลวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ในตลาดยุโรปซบเซาลง ททท.อาจจะทำได้เพียงแค่รักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ ทว่าความเป็นจริงแล้วยังมียุโรปอีกหลายประเทศเติบโตสามารถเร่งได้ โดยเฉพาะการทำเที่ยวบินเช่าเหมาลำเพราะบางพื้นที่ไม่มีเที่ยวบินตรงและเที่ยวบินประจำเข้าเมืองไทย เที่ยวบินเช่าเหมาจะเป็นกลไกสำคัญนำเข้ามาช่วยได้
ส่วนทางฝ่ายสื่อสารการตลาด ททท.จะลุยเข้าไปลงทุนทำโฆษณา ขึ้นคัตเอาท์ โหมโปรโมตการท่องเที่ยวในตลาดรัสเซียอย่างหนัก สำหรับรูปแบบการบุกนั้นจะชูประชาสัมพันธ์การขายท่องเที่ยวจังหวัดหลัก ผนวกเมืองรอง ที่แจ่ม ๆ ใหม่ ๆ ตามสูตร A-B-C ประกอบด้วย 1.Aditional -การท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองรอง 2.B-Brand ขยายผลเมืองรองใหม่ ๆ อย่าง แพร่ น่าน 3.Combined เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวเมืองหลักกับเมืองรองในแต่ละลูปหรือคลัสเตอร์เข้าด้วยกัน

ขณะนี้ ททท.ได้สร้างการรับรู้เส้นทางท่องเที่ยว ได้แก่ เมืองหลัก 22 จังหวัด เมืองรอง 55 จังหวัด จนทำให้คนส่วนใหญ่รู้จักและเข้าใจเป็นอย่างดีแล้ว แผนงานสื่อสารการท่องเที่ยวปี 2563 “กระตุ้นคนไทยเที่ยวในประเทศ” จะใส่เพิ่มความเข้มข้น-ความถี่ ในสื่อโฆษณา สร้างอารมณ์ความรู้สึกผนวกเข้ากับพันธมิตรสายการบินที่ออกแคมเปญเป็นระยะ ๆ ซึ่งจะได้เห็นการนำเงินลงทุนกับมาตรการของรัฐบาลที่จะคลอดใหม่ออกมาเปิด “แพกเกจโปรโมชั่นแรง ๆ ช่วง 6 เดือนหลัง”

“ตลาดต่างประเทศ” จะสร้างโอกาสจากค่าเงินบาทแข็งมาเป็นจุดแข็งการทำโฆษณาสื่อโฆษณาท่องเที่ยวในตลาดโลก ทางฝ่ายสื่อสารการตลาดจะหันมาใช้กลยุทธ์เจาะลึกเฉพาะตลาดเพื่อเร่งการขยายโดยพลังเงินสื่อสารการตลาดกับเทคนิคอลแคมเปญผนึกเข้าด้วยกัน แทนการหว่านทำ Global Campiagn โครงการตัวอย่างได้แก่ Amazing Five K โหมโฆษณาโดย ททท.ในอินเดีย ไปจับมือกับสายการบิน พร้อมกับสื่อสารถึงช่วงเดินทางกลับจากเมืองไทยจะได้รับน้ำหนักสัมภาระกระเป๋าเพิ่มฟรีอีก 5 กิโลกรัม ตรงกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวอินเดียที่ชื่นชอบการช้อปปิ้ง ตอนนี้ลงมือทำสปอตทีวี วิทยุ ออกแบบการขายต่าง ๆ เปิดตัวไปเรียบร้อยแล้ว เผยแพร่อย่างกว้างขวางแล้วจะใช้โมเดลดังกล่าวทำโครงการสื่อสารตลาดท่องเที่ยวผ่านโฆษณาช่องทางต่าง ๆ ครอบคลุมใน จีน ยุโรป เพื่อที่จะใช้เวลาครึ่งปีหลังทำให้รายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวถึงเป้าหมายตามที่กำหนดไว้

นายธเนศวร์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6-9 สิงหาคม 2562 ททท.เป็นเจ้าภาพจัดงาน Thailand Golf Travel Mart :TGTM 2019 ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการตัวแทนประเทศผู้ซื้อจากทั่วโลก 48 ประเทศ รวมเกือบ 120 บริษัท ส่วนผู้ประกอบการไทยตัวแทนฝ่ายขายอีกเกือบ 80 ราย โดยมีงานตั้งต้นมาจาก Thailand Travel Mart :TTM ซึ่งแตกย่อยมาเจาะกลุ่มเซ็กเมนต์นักท่องเที่ยวกอล์ฟ เพราะไทยเป็นประเทศที่มีสนามกอล์ฟคุณภาพดีกระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 300 แห่ง มีนักกอล์ฟมืออาชีพสร้างชื่อเสียงระดับโลกอย่าง ธงชัย ใจดี โปรเม-อาริยา โปรอ่าง-ธีรเดช ล้วนแล้วแต่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้ไทยได้เป็นอย่างดี


Royal Creek Golf Club&Resort

ดังนั้นการจัดงาน TGTM 2019 ปีที่ 5 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา เชียงใหม่ ในลักษณะการจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างตัวแทนผู้ซื้อทั่วโลกกับผู้ขายในไทย (business to business : BtoB) กลุ่มเอเย่นต์จะต่างจาก TTM เพราะขายกลุ่มตลาดสนใจเฉพาะกลุ่มตลาดกอล์ฟ รวมถึงผู้ขายของไทยก็จะเป็นเจ้าของสนามกอล์ฟ โรงแรมของนักกอล์ฟ ในเวทีวันเปิดงาน 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา ยังได้จัดเวทีเสวนาโดยมี ธงชัย ใจดี-โปรกอล์ฟและเจ้าของมูลนิธิสถาบันสอนกอล์ฟเยาวชน เดวิด จาก IMG ผู้ดำเนินการจัดกอล์ฟ ฮอนด้า คลาสสิค ชี้ให้เห็นภาพของบริษัทกอล์ฟที่มีต่อไทย ส่วน ททท.สำนักงานต่างประเทศก็พาผู้ซื้อ นักท่องเที่ยวกอล์ฟ และสื่อสายกอล์ฟ เข้ามาสำรวจตลาดในไทยไปพร้อม ๆ กันด้วย

ตลอดงานนี้จะสร้างกระแสเมืองไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางและเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟควบคู่กันไป